RMUT’s Retreat “ว่าด้วยเรื่องของการรีทรีตของ 9 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล”
ด้วยรากศัพท์ของคำว่า Retreat หมายถึง “การถอย” แต่กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลนำมาใช้สำหรับการทบทวนยุทธศาสตร์ โดยใช้คำให้เข้าใจร่วมกันง่ายๆ ว่าเหลียวหลังแลหน้า ทั้งนี้หมายถึงการถอยกลับมาดูยุทธศาสตร์ที่ได้ทำผ่านไปและกำลังทำอยู่ เสร็จแล้วก็ปรับยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมกว่าเพื่อก้าวไปข้างหน้า ราชมงคลทั้ง 9 แห่งได้มีการทำ Retreat ร่วมกันจำนวน 3+2 ครั้ง ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ที่บอกว่า 3+2 ครั้ง เพราะว่า 3 ครั้งเป็นการประชุมร่วมของฝ่ายบริหารจัดการ (Management) ซึ่งหมายถึงอธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัย กับฝ่ายนโยบาย (Grovernment) ซึ่งก็คือนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ในขณะที่อีก 2 ครั้งของการ Retreat เป็นการประชุมเฉพาะฝ่ายบริหารจัดการ ซึ่งกระบวนการนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะว่าทำให้ราชมงคลทั้ง 9 แห่งมีพัฒนาการและยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์ของประเทศจนได้รับการยอมรับในสังคมเพิ่มขึ้นมากทีเดียว
- ครั้งที่ 1 วันที่ 22 – 23 ธันวาคม 2555 โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซ่า จ.กรุงเทพฯ (Grovern. + Mang.)
- ครั้งที่ 2 วันที่ 29 เมษายน – 1พฤษภาคม 2556 World Beach Resort & Spa จ.ชลบุรี (Mang.)
- ครั้งที่ 3 วันที่ 10 – 12 ตุลาคม 2558 โรงแรมซีพาย จ.ประจวบคีรีขันธ์ (Grovern. + Mang.)
- ครั้งที่ 4 วันที่ 16 – 17 ธันวาคม 2559 โรงแรมไมด้า ทวารวดี แกรนด์ จ.นครปฐม (Grovern. + Mang.)
- ครั้งที่ 5 วันที่ 2 – 3 ธันวาคม 2560 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอธุธยา (Mang.)

การ Retreat ครั้งแรกต้องย้อนกลับไปถึง 5 ปี ในปลายปี 2555 ที่โรงแรมแม่น้ำ ย่านถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ ครั้งนั้นผมเข้าใจว่าผู้เข้าร่วมงานหลายคนยังไม่เข้าใจความหมายของการทบทวนยุทธศาสตร์เท่าที่ควร ทั้งนี้หลังจากที่ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประกาศใช้เมื่อต้นปี 2548 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลเดิมที่มีวิทยาเขตเกือบ 40 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ก็แยกออกเป็น 9 นิติบุคคล 9 มหาวิทยาลัย โดยราชมงคลทั้ง 9 แห่งก็ใช้เวลาในการปรับตัว ปรับหลักสูตร ปรับกฎระเบียบต่างๆ อยู่หลายปีทีเดียว จนกระทั่งอธิการบดีสมัยที่ 2 อยู่ในปลายวาระทุกอย่างเริ่มอยู่ตัวและเข้าที่เข้าทาง ประธานที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัย 9 ราชมงคล จึงได้ริเริ่มโครงการนี้ โดยมอบหมายให้ทางผู้บริหารของ 9 ราชมงคลไปดำเนินการจัดประชุมทบทวนยุทธศาสตร์เพื่อมองไปในอนาคตข้างหน้าว่า 9 ราชมงคลจะขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยไปอย่างไร ในการสัมมนาครั้งนี้ผมยังทำหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาที่ราชมงคลกรุงเทพ งานที่ผมเข้าไปเกี่ยวข้องคือการรวบรวมข้อมูลด้านงานวิจัยและบริการวิชาการ โดยการจัดทำเป็นเล่มรวมภาพรวมของ 9 ราชมงคล เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการ Retreat ในด้านวิจัยและบริการวิชาการ นอกจากนั้นผมยังได้รับงานพิเศษเพิ่มขึ้นมาอีก 1 งาน คือเป็นผู้ประสานงานการจัดอภิปรายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก หัวข้อเกี่ยวกับแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมและการศึกษาของประเทศ ผมต้องใช้เวลาก่อนงานสัมมนาประมาณ 1 เดือนดำเนินการเตรียมความพร้อมทุกอย่างตั้งแต่ประสานงานวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ เตรียมข้อมูลตลอดจนเตรียมไฟล์นำเสนอ ทำให้การ Retreat รอบแรกผมได้ประสบการณ์ใหม่เยอะพอสมควร เพราะผมต้องทำข้อมูลเยอะมากและรวมถึงได้เห็นข้อมูลภาพรวมของทุกราชมงคล แต่สุดท้ายการสัมมนาก็ปิดงานลงแบบงงงงว่าแล้วจะไปต่อกันอย่างไร หากมองแบบเดิมคือเสร็จแล้วก็กลับไปทำงานเหมือนเดิม แต่มีคนอยู่ 1 คนที่ไม่คิดเช่นนั้น นั่นคือประธานที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพราะท่านมีการติดตามผลการสัมมนาต่อและก่อให้เกิดการ Retreat ครั้งถัดๆ มา
เวลาเดินผ่านไปครึ่งปีได้มีการนัดประชุมทบทวนอีกครั้ง ที่พัทยา แต่ในครั้งนี้เป็นการประชุมเฉพาะผู้บริหาร 9 ราชมงคล เป็นการติดตามการประชุมในครั้งแรก อาจจะเรียกได้ว่าทบทวนการ Retreat ด้วยครั้งแรกจบไปแบบงงงงก็ว่าได้ ในระหว่างการประชุมมีการพยายามประชุมทางไกลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของประธานที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยเข้ามา เข้าใจว่าทางท่านประธานที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยต้องการให้มีการสรุปผลการประชุมในครั้งแรกว่าราชมงคลได้เอามาใช้ในการปรับแผนยุทธศาสตร์แต่ละแห่งมากน้อยแค่ไหน ผมเองมีหน้าที่เรื่องเดิมคือการรวบรวมข้อมูลด้านวิจัยและบริการวิชาการตามภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ รอบนี้การประชุมดูเนือยๆ เนื่องจากอยู่ระหว่างการสรรหาอธิการบดีสมัยที่ 3 ของหลายมหาวิทยาลัย ผมเองรู้สึกว่าไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรดูเนือยๆ สำหรับการประชุมในครั้งนี้กลับไปก็ยังงงๆ กันอยู่เหมือนเดิม แถมทำให้รู้ว่าหลังจากการ Retreat ครั้งแรกที่โรงแรมแม่น้ำแต่ละมหาวิทยาลัยไม่ได้เอาผลการ Retreat กลับไปทำอะไรกันเลย เพราะสิ่งที่พูดคุยกันของผู้เข้าร่วมประชุมตอนพักการประชุมเป็นเรื่องกระบวนการสรรหาอธิการบดี การฟ้องร้องต่างๆ เสียมากกว่าพูดคุยเรื่องยุทธศาสตร์ในอนาคต
ครั้งที่ 3 กับการกำเนิด Mega Project พวกเราห่างหายการ Retreat ไปนาน 2 ปีเศษ (ด้วยประธานที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการด้วยกระมัง) 9 ราชมงคลก็นัดหมายกันใหม่รอบนี้มีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ นั่นแสดงให้เห็นว่าการ Retreat ที่ผ่านไปทั้ง 2 ครั้งไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รูปแบบเปลี่ยนไปหมดมีการคิดว่าแต่ละราชมงคลมีความถนัด ความโดดเด่นเรื่องอะไร และจะมีริเริ่มโครงการตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติอย่างไรในอนาคตโดยเน้นไปที่ S-curve ทั้งสิบที่รัฐบาลประกาศเป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ ที่ประชุมเรียกว่าโครงการเหล่านี้ว่า Mega Project รอบนี้เราไปกันในพื้นที่ทหารเลยครับจัดกันที่สวนสนประดิพัทธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วิธีการในรอบนี้เป็นการนำเสนอโครงการ Mega Project ของแต่ละมหาวิทยาลัย มีการโหมโรงด้วยการนำเสนอล่วงหน้าหลายครั้งในที่ประชุมร่วม 9 ราชมงคล (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลมีการประชุมร่วม 9 อธิการบดีทุกเดือน และประชุมร่วม 9 นายกสภามหาวิทยาลัยทุก 3 เดือน) พร้อมทั้งมีการขอข้อมูลความร่วมมือของแต่ละราชมงคลด้วยที่จะเข้าร่วมดำเนินการแต่ละ Mega Project พอถึงงาน Retreat จริง แต่ละราชมงคลก็จะนำเสนอ Mega Project ให้ที่ประชุมทราบว่าจะทำอะไรกันบ้างพร้อมทั้งขายของชวนราชมงคลอื่นเข้าร่วมดำเนินงานที่ริเริ่มกันมา ซึ่งเป็นที่มาของโครงการศูนย์ฝึกอบรมซ่อมบำรุงอากาศยาน ระบบราง ระบบเรือเดินทะเล กิจการเพื่อสังคม ครูช่าง เกษตรอาหาร การบริหารจัดการน้ำ เศรษฐกิจดิจิตอล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ฯลฯ รวมแล้ว 11 โครงการใหญ่ๆ ในครั้งนี้การ Retreat น่าจะได้น้ำได้เนื้อมากเป็นพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสภามหาวิทยาลัยแต่ละมหาวิทยาลัยก็ให้ความสนใจมาร่วมงานเยอะมากพร้อมทั้งมาให้ข้อคิดเห็นมากมาย เรียกว่าโรงแรมที่จัดไม่พอจัดให้พักต้องกระจายไปพักที่โรงแรมอื่นๆ ในหัวหินเพิ่มเติม
ถึงแม้วิธีการจะเปลี่ยนไปแต่ผมเองก็ยังคงมีงานเหมือนเดิม เที่ยวนี้ผมรับผิดชอบเป็นผู้ดำเนินการประชุมย่อยโครงการ Mega Project ศูนย์ฝึกซ่อมบำรุงอากาศยาน ด้วยมาทำหน้าที่คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ราชมงคลกรุงเทพ และมีส่วนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ของมหาวิทยาลัยมากหน่อย ซึ่งการเปิดตัว Mega Project ศูนย์ฝึกอบรมซ่อมบำรุงอากาศยาน ในงานนั้นหลายคนค่อนข้างยังมีคำถามมากมาย (รวมถึงตัวผมเองด้วย) เพราะมหาวิทยาลัยเล็กๆ แบบราชมงคลกรุงเทพ จะคิดการใหญ่ขนาดตั้งศูนย์ฝึกอบรมซ่อมบำรุงอากาศยานตามมาตรฐาน EASA ซึ่งทำยากมากๆ ได้ยังไง อย่างไรก็ตามผู้ทรงคุณวุฒิจากสภามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการทำโครงการใหญ่ระดับนั้น คนที่ไม่เห็นด้วยกลับกลายเป็นฝั่งผู้บริหารเองซะมากกว่า
หลังจากการ Retreat ครั้งที่ 3 ที่ประชุมนายกสภามหาวิทยาลัยที่ประชุมทุกๆ 3 เดือนมีการติดตาม Mega Project อย่างต่อเนื่อง ทำให้แต่ละโครงการต้องมีการเดินหน้าตลอดเวลาแม้แต่ศูนย์ฝึกอบรมซ่อมบำรุงอากาศยานก็มีการเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็น 2 แนวทาง แนวทางแรกคือการดำเนินการด้วยงบประมาณเท่าที่มีอยู่ กับอีกแนวทางคือมีการร่วมกันจัดทำงบยุทธศาสตร์ปี 2560 – 2564 ร่วมกัน 11 Mega Project 9 ราชมงคล
ทำงานเพลินๆ ผ่านไป 1 ปี การ Retreat ครั้งที่ 4 ก็เกิดขึ้นในปลายปี 2559 ครั้งนี้ผู้ทรงคุณวุฒิจากสภามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมงานลดลงไปจากครั้งก่อน แต่มีนายกสภามากันเกือบครบ บรรยากาศงานเป็นการติดตามผลการดำเนินโครงการ Mega Project ที่ตั้งไว้มากกว่า รวมถึงการนำเสนองบประมาณยุทธศาสตร์ที่แต่ละโครงการได้คิดกันมาตลอดทั้งปี สรุป 2 วันการนำเสนอเสร็จสิ้นผู้จัดงานลองบวกลบรวมตัวเลขงบประมาณยุทธศาสตร์ที่ทุกโครงการเสนอขอกันดู พบว่าเม็ดเงินทะลุสองหมื่นเจ็ดพันกว่าล้านบาท หลายท่านในที่ประชุมพูดกันว่าเงินมากขนาดนี้ขอรัฐบาลไปก็คงไม่ได้ด้วยรู้สถานการณ์งบประมาณแผ่นดินดี แต่ก็เห็นด้วยกับแผนงานต่างๆ ที่นำเสนอมาว่าเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของการพัฒนาประเทศ จึงให้กองนโยบายและแผนของ 9 ราชมงคลไปทำการบ้านต่อ โจทย์ที่ให้ไปคือการปรับลดงบประมาณลงมาให้เหมาะสม
หลังจากการ Retreat ครั้งที่ 4 เกิดการประชุมย่อยของกองนโยบายและแผนอีก 4 ครั้งใหญ่ๆ (โคราช เชียงใหม่ สงขลา และหันตรา) ในการนำเสนอและปรับลดงบประมาณกันสุดท้ายเม็ดเงินของ 11 โครงการ Mega Project นิ่งอยู่ที่เก้าพันกว่าล้านบาท ซึ่งพอมีเหตุมีผลที่จะนำเสนอขอรัฐบาลมาดำเนินการ เพราะแต่ละโครงการล้วนตอบสนองแผนยุทธศาสตร์ชาติทั้งสิ้น ผมเองก็สาละวนกับการทำแผนจากที่กำหนดไว้แต่แรกว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ปี 2560-2564 เลื่อนออกไปจนเป็นปี 2562-2566 เรียกได้ว่าทำมากว่า 2 ปี ตามตัวเลขที่เลื่อนออกไป จวบจนแต่ละราชมงคลเข้าสู่เทศกาลการสรรหาอธิการบดีสมัยที่ 4 การดำเนินการโครงการยุทธศาสตร์ก็หยุดชะงักไประยะสั้นๆ รอผ่านเทศกาล บางโครงการก็ดำเนินไปแบบงานประจำ ที่สำคัญงบประมาณที่ได้รับมาสนับสนุนงบประมาณโครงการเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเต็มที่ตามที่กำหนดไม่ได้ ที่สำคัญปีงบประมาณ 2561 ไม่มีโครงการใดได้รับงบประมาณเลย
ครั้งที่ 5 วันที่ 2 – 3 ธันวาคม 2560 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอธุธยา (Mang.) ผ่านไปเกือบปีกับครั้งที่ 5 ที่เป็นการ Retreat เฉพาะฝ่ายบริหารของ 9 ราชมงคล ครั้งนี้เป็นการผสมผสานสิ่งที่ประสบความสำเร็จของครั้งที่ 3 และ ครั้งที่ 4 เข้าด้วยกัน โดยยังเน้นไปที่โครงการ Mega Project ที่ตั้งไว้เดิม แต่ด้วยปีนี้เป็นปีเปลี่ยนผ่านของอธิการบดีเข้าสู่วาระที่ 4 ของแต่ละราชมงคล ช่วงเช้าของการสัมมนาวันแรกเลยเป็นเวทีของการนำเสนอวิสัยทัศน์ของอธิการบดี (หรือผู้แทน) ให้ที่ประชุมทราบว่าแต่ละราชมงคลจะมีทิศทางการบริหารจัดการในอนาคตกันอย่างไร เวลาที่เตรียมให้นำเสนอของ 9 อธิการบดีกำหนดไว้ถึงแค่เที่ยง แต่ปรากฏว่าอธิการบดีแต่ละราชมงคลจัดเต็มนำเสนอแนวทางการพัฒนาของตัวเองจนเวลาเลยไปถึงบ่ายโมงกว่าจะครบและกว่าจะได้ทานอาหารกลางวัน เท่าที่ผมนั่งฟังดูราชมงคลที่มีแนวทาง (ทิศทาง) ในการบริหารจัดการในอนาคตที่ดูน่าสนใจเป็นพิเศษในรอบ 4 ปี ข้างหน้าคือ ธัญบุรี และอีสาน (และก็เป็นไปตามที่ผมคาด ปัจจุบันราชมงคลอีสานและราชมงคลธัญบุรี ได้รับการจัดอันดับจากแต่ละฐานข้อมูลให้เป็นอันดับ 1 และ 2 ของ 9 ราชมงคล เรียกว่าทิ้งอันดับราชมงคลที่เหลือไปไกลทีเดียว บันทึกเพิ่มเติม กันยายน 2564)
ช่วงบ่ายแก่ๆ หลังอาหารเที่ยงที่เริ่มทานตอนบ่ายโมง ที่ประชุมกลับมาเน้นที่การนำเสนอยุทธศาสตร์ Mega Project ต่อเนื่องจนวันที่ 2 ซึ่งแต่ละ Mage Project ก็แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและความพร้อมในการนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงทั้งสิ้น และหากทำได้ตามทุกโครงการในแผนยุทธศาสตร์ ราชมงคลน่าจะเป็นสถาบันการศึกษาที่ช่วยประเทศขับเคลื่อนเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้ไม่ยาก ก่อนปิดการประชุมในวันสุดท้ายที่ประชุมมีมติในการเพิ่มโครงการ Mega Project ที่ 12 เข้ามา คือด้านการท่องเที่ยวและบริการ โดยเจ้าภาพในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ประธานที่ประชุมอธิการบดีมอบให้ราชมงคลอีสานดำเนินการ น่าจะเป็นโครงการน้องใหม่มาแรงเพราะในอนาคตการท่องเที่ยวของประเทศไทยสดใสแน่นอนหากดูจากการเพิ่มขึ้นของตัวเลขนักท่องเที่ยว
บทสรุปของ Mega Project 9 ราชมงคลน่าจะจบลงในเดือนหน้า โดยการนำเสนอต่อที่ประชุมร่วม 9 นายกสภามหาวิทยาลัยในวันที่ 25 มกราคม 2561 หลังจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของกองนโยบายและแผนของทั้ง 9 ราชมงคลในการจัดทำเอกสารเสนอไปยัง สกอ. และ ครม. ต่อไป
ในห้วงเวลาที่ผ่านมาราชมงคลกรุงเทพ ก็ได้นำเอาแนวทางการ Retreat มาใช้ในการทบทวนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยในแบบฉบับของราชมงคลกรุงเทพเองถึง 4 ครั้ง ได้แก่
- ครั้งที่ 1 วันที่ 18 – 20 มกราคม 2557 เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
- ครั้งที่ 2 วันที่ 23 – 24 มกราคม 2558 โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์ จ.เชียงราย
- ครั้งที่ 3 วันที่ 8 – 10 มกราคม 2559 จ.ขอนแก่น
- ครั้งที่ 4 วันที่ 17 – 18 มิถุนายน 2560 จ.จันทบุรี
โดยบริบทของราชมงคลกรุงเทพเป็นการระดมสมองกรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภาวิชาการ และผู้บริหารในการ Retreat ร่วมกัน ซึ่งนับว่าได้ผลดีทีเดียวในการกำหนดทิศทางของมหาวิทยาลัยในการเดินไปข้างหน้า เพราะทุกภาคส่วนจะทราบทิศทางและติดตามผลการดำเนินการตลอดเวลา ผมเองก็เข้าร่วมทุกครั้งและก็มีหน้าที่ในการเป็นเลขากลุ่มทุกครั้ง ซึ่งจะต้องจัดเตรียมข้อมูล ดำเนินการประชุมย่อย และสรุปข้อมูลทุกครั้งไป
บันทึกนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นถัดไปที่เข้ามาดำเนินงานโครงการ Mega Project จะได้เห็นที่มาและที่ไป เนื่องด้วยช่วงเวลา 5 ปี ของการ Retreat มีคนเข้าร่วมที่เปลี่ยนไปบ้าง บ้างก็เกษียณอายุราชการ บ้างก็หมดวาระการเป็นผู้บริหาร คนที่เข้ามาเป็นผู้บริหารก็ต้องทำหน้าที่ขับเคลื่อนกันต่อไป
ปราโมทย์ อนันต์วราพงษ์ ครูช่าง @เทคนิคกรุงเทพฯ 8 ธันวาคม 2560



คุณต้อง เข้าสู่ระบบแล้ว เพื่อส่งแสดงความเห็น.